ชุบกัลวาไนซ์เคลือบผิวโลหะ VS ทาสีกันสนิม ทางไหนคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ข้อดีของการเคลือบผิวโลหะกันสนิมด้วยการชุบกัลวาไนซ์มีอะไรบ้าง?

ข้อดีของการชุบกัลวาไนซ์

การชุบกัลวาไนซ์ (Galvanization) คือกระบวนการเคลือบผิวโลหะซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเหล็กหรือเหล็กกล้า โดยเคลือบด้วยชั้นของสังกะสีที่ป้องกันการสัมผัสของโลหะกับอากาศและน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเกิดสนิมและการกัดกร่อน กระบวนการนี้มีหลายวิธี แต่ที่นิยมใช้มากที่สุดคือการชุบร้อน (Hot-dip Galvanizing) เพราะสามารถเคลือบผิวได้ทั่วถึงทั้งชิ้นงาน ไม่ว่าจะเป็นมุมหรือส่วนที่ซับซ้อน อีกทั้งยังเป็นวิธีที่มีความทนทานสูง ไม่ต้องการการบำรุงรักษาบ่อย ๆ และยังมีอายุการใช้งานได้อย่างยาวนาน

นอกจากการชุบร้อนแล้วยังมีวิธีการชุบกัลวาไนซ์แบบอื่นๆ เช่น การชุบด้วยไฟฟ้า (Electro-Galvanizing) คือการใช้กระแสไฟฟ้าในการเคลือบสังกะสีบนผิวโลหะ และการพ่นสังกะสี (Zinc Spraying) คือการพ่นละอองสังกะสีร้อนลงบนผิวโลหะ ซึ่งการชุบแต่ละรูปแบบล้วนสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งและทนทาน ป้องกันสนิมและยืดอายุการใช้งานเหล็กได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งนั้น โดยกระบวนการ Hot-Dip Galvanizing นั้นมีขั้นตอนสำคัญดังนี้

  • การเตรียมผิวโลหะ
    การเตรียมผิวโลหะ คือการนำชิ้นงานโลหะไปชะล้างคราบน้ำมัน, จาระบี, ฝุ่น และสิ่งสกปรกอื่นๆ โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดจากนั้นก็นำไปแช่ในกรดไฮโดรคลอริก (HCl) เพื่อขจัดสนิมและออกไซด์บนผิวโลหะ แล้วใช้น้ำทำความสะอาดอีกครั้งหนึ่ง


  • การฟลักซ์ (Fluxing)
    สารละลายฟลักซ์ซึ่งมักเป็นแอมโมเนียมคลอไรด์หรือสังกะสีแอมโมเนียมคลอไรด์ โดยจะนำชิ้นงานไปจุ่มลง เพื่อป้องกันการเกิดออกไซด์บนผิวโลหะระหว่างการชุบและช่วยให้สังกะสีเคลือบติดแน่นขึ้น


  • การชุบร้อน (Hot-Dip)
    เมื่อชิ้นงานได้ทำการชุบสารละลายฟลักซ์แล้ว จากนั้นชิ้นงานจะถูกจุ่มลงในบ่อสังกะสีหลอมเหลวที่มีอุณหภูมิประมาณ 450°C ซึ่งสังกะสีจะทำปฏิกิริยากับโลหะและสร้างชั้นของสังกะสีมาเคลือบผิวโลหะ โดยระหว่างการจุ่มชิ้นงานจะถูกเขย่าเพื่อขจัดสังกะสีส่วนเกินและทำให้เคลือบอย่างทั่วถึง


  • การทำให้เย็น
    ขั้นตอนนี้ชิ้นงานจะถูกยกขึ้นจากบ่อสังกะสีและปล่อยให้เย็นลง โดยบางครั้งอาจมีการผ่านน้ำเย็นหรืออากาศเย็นเพื่อเร่งการเย็นตัวด้วย

 

ข้อดีและข้อเสียของการชุบกัลวาไนซ์ VS ทาสีกันสนิม

  1. การทาสีกันสนิม : มีข้อดีและข้อเสียให้คุณพิจารณาเลือกใช้ เช่น
    • ข้อดี : การทาสีกันสนิมมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่าสามารถเลือกสีสันให้เหมาะสมกับงานที่ต้องการความสวยงามได้ง่าย อีกทั้งยังไม่เพิ่มน้ำหนักให้กับชิ้นงานมากนัก

    • ข้อเสีย : การทาสีกันสนิมนั้นมีอายุการใช้งานที่ไม่ยาวนานมาก เพราะอาจหลุดลอกหรือเสื่อมสภาพได้ง่าย จึงต้องมีการบำรุงรักษาและการทาสีใหม่อยู่บ่อยครั้ง นอกจากนั้นการทาสีสีอาจไม่สามารถเคลือบได้ทั่วถึงทุกส่วนของชิ้นงานโลหะ โดยเฉพาะบริเวณที่มีมุม ขอบ หรือซอกของเหล็ก ฉะนั้น การป้องกันสนิมของชิ้นงานอาจทำได้ไม่ทั่วถึง

  2. การชุบกัลวาไนซ์ : มีข้อดีและข้อเสียให้คุณพิจารณาดังนี้
    • ข้อดี : ชั้นสังกะสีที่เคลือบมีความทนทานต่อการกัดกร่อนและการเกิดสนิมได้อย่างดีเยี่ยมและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานหลายสิบปี แม้ในสภาวะที่มีการกัดกร่อนสูง การชุบร้อนสามารถเคลือบผิวโลหะได้อย่างทั่วถึง ทุกซอกทุกมุมของเหล็ก และไม่ต้องการการบำรุงรักษาบ่อยครั้ง จึงช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาได้
    • ข้อเสีย : การชุบกัลวาไนซ์มีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูงมากกว่าวิธีอื่น โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับการทาสีกันสนิม ส่วนในเรื่องของความสวยงามหรือสีสันที่หลากหลายของชิ้นงานก็อาจเป็นไปได้ยาก เพราะมีเพียงสีเงินของสังกะสี อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มน้ำหนักของชิ้นงานอีกด้วย

ถึงแม้จะมีข้อเสียอยู่บ้าง แต่กระบวนการ Hot-dip Galvanizing ก็ยังมีข้อดีหลายประการที่ทำให้เหนือกว่าการทาสีกันสนิมในหลาย ๆ ด้าน ดังนี้


5 เหตุผลที่คุณควรเลือกการชุบกัลวาไนซ์มากกว่าการทาสีกันสนิม

  1. ความทนทานและอายุการใช้งาน
    ชั้นของสังกะสีที่เคลือบอยู่บนโลหะมีความทนทานสูงมาก ป้องกันการเกิดสนิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานได้ยาวนานหลายสิบปีแม้ในสภาวะที่มีความชื้นหรือมีการกัดกร่อนสูง ในขณะที่การทาสีกันสนิม หากชิ้นงานต้องเจอกับความชื้น แสงแดดและน้ำฝนหรือสารเคมีบางชนิด อาจทำให้สีกันสนิมล่อนหลุดออกมาได้ง่าย


  2. การบำรุงรักษาทำได้ง่าย
    กระบวนการชุบร้อนด้วยกัลวาไนซ์ แทบไม่ต้องการการบำรุงรักษาหรือการซ่อมแซมบ่อยครั้ง เนื่องจากชั้นสังกะสีมีความทนทานสูงและสามารถปกป้องโลหะได้อย่างยาวนาน โดยการทาสีกันสนิมจะต้องทาสีใหม่เป็นระยะ เพราะสีอาจหลุดลอกหรือเสื่อมสภาพเมื่อใช้ไปในระยะเวลาหนึ่ง
  3. การชุบกัลวาไนซ์ครอบคลุมในการป้องกันได้มากกว่า
    ชั้นสังกะสีที่เคลือบสามารถครอบคลุมผิวโลหะได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นมุม ซอกเล็ก หรือส่วนที่ซับซ้อน ทำให้การป้องกันสนิมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะที่การทาสีกันสนิมอาจไม่สามารถเคลือบได้ทั่วถึงทุกส่วนของโลหะ โดยเฉพาะบริเวณที่มีมุมหรือซอกขนาดเล็ก ทำให้มีโอกาสเกิดสนิมในบริเวณที่ไม่ถูกเคลือบได้


  4. ความทนทานต่อการขีดข่วนและการกระแทกได้ดีกว่า
    เพราะชั้นสังกะสีมีความทนทานต่อการขีดข่วนและการกระแทก ทำให้ชิ้นงานที่ถูกชุบไม่เสียหายได้ง่าย แต่การทาสีกันสนิมจะหลุดลอกได้ง่ายเมื่อถูกกระแทกหรือขูด


  5. ความทนทานต่อสารเคมีและสิ่งแวดล้อมที่กัดกร่อน
    การชุบกัลวาไนซ์มีความทนทานต่อสารเคมีและสิ่งแวดล้อมที่กัดกร่อนได้ดี เช่น น้ำเค็มหรือสภาพอากาศที่มีความเค็มสูง นอกจากนั้น ยังสามารถป้องกันการกัดกร่อนใต้ผิวได้ดี เนื่องจากสังกะสีจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันและช่วยชะลอการเกิดสนิมได้มากกว่าการทาสีกันสนิมที่ไม่สามารถทนทานต่อสารเคมีหรือสิ่งแวดล้อมที่มีการกัดกร่อนได้ดีเท่า


อุตสาหกรรมใดบ้างที่นิยมการชุบกัลวาไนซ์ในชิ้นงานโลหะ

  • อุตสาหกรรมก่อสร้าง : การชุบ Galvanize เพื่อป้องกันการเกิดสนิมและเพิ่มความทนทานให้เหล็กที่ใช้ทำโครงสร้างอาคาร สะพานและสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ เช่น รั้วเหล็กและเสาไฟฟ้าได้อีกด้วย
  • อุตสาหกรรมยานยนต์ : ชิ้นส่วนต่างๆ ของรถยนต์ที่เป็นโลหะมักจะชุบป้องกันการเกิดสนิมและการสึกหรอด้วยกระบวนการชุบ Hot-dip Galvanized นั่นเอง
  • อุตสาหกรรมปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ : ท่อและถังเก็บน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมักใช้การชุบกัลวาไนซ์เพื่อป้องกันการกัดกร่อนจากสารเคมีและสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง

  • อุตสาหกรรมพลังงาน : ในโครงสร้างที่รองรับแผงโซลาร์เซลล์และกังหันลม มักจะต้องชุบ Hot-dip Galvanized เพื่อเพิ่มความทนทานต่อสภาพอากาศ

  • อุตสาหกรรมการโครงสร้างและชิ้นส่วนทางรถไฟ : การชุบกันสนิมโดยกัลวาไนซ์ จะช่วยป้องกันการกัดกร่อนของโครงสร้างและชิ้นส่วนต่างๆ ของทางรถไฟได้

สรุปได้ว่าการเลือกชุบกัลวาไนซ์เป็นกระบวนการเคลือบผิวโลหะด้วยชั้นสังกะสี เพื่อป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อน เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากกว่าการทาสีกันสนิม และยังนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม งานก่อนสร้าง เช่น ก่อสร้างโครงสะพาน ทางรถไฟ ฯลฯ เพราะช่วยเพิ่มความทนทานและประสิทธิภาพในการป้องกันสนิมที่ดีกว่าการทาสีกันสนิมในหลายด้าน แม้ว่าจะมีต้นทุนสูงกว่าแต่มีการบำรุงรักษาน้อยและอายุการใช้งานยาวนานกว่า ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับงานที่ต้องการความคงทนและประสิทธิภาพในการป้องกันสนิมสูง

แสงเจริญ กัลวาไนซ์กรุ๊ป คือโรงงานชุบกัลวาไนซ์แห่งแรกในประเทศไทย มายาวนานกว่า 50 ปี ที่ใช้เทคโนโลยีจากประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นระบบเตาชุบแบบปิดทำให้กระบวนการชุบมีความปลอดภัยสูงและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย และยังได้พัฒนาและขยายกิจการอย่างต่อเนื่องจนมีขนาดบ่อชุบที่ยาวที่สุดในประเทศไทย

นอกจากบริการชุบกัลวาไนซ์ โรงชุบสังกะสีแสงเจริญ กัลวาไนซ์กรุ๊ป ยังมีบริการ Hot-dip Galvanized ชุบเคลือบผิวโลหะอย่างมีประสิทธิภาพ เลือกใช้บริการโรงงานชุบโลหะที่ไว้ใจได้ในผลลัพธ์ของงาน ติดต่อเรา แสงเจริญ กัลวาไนซ์กรุ๊ป

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและค้นหาาโรงชุบกัลวาไนซ์ใกล้ฉัน
ติดต่อ แสงเจริญ กัลวาไนซ์กรุ๊ป
โทร : 02-599-4115, 092-279-2059
LINE ID : @SCGgalvanize
Facebook : @Sangchareongroup
Email : scghotdip@gmail.com